Sopranos

อ. อลิสา เจสกุล (โบว์)

อาจารย์อลิสารักการร้องเพลงมาตั้งแต่วัยเด็ก ความใฝ่ฝันของเธอก็คือการได้เป็นนักร้องและนักแต่งเพลง เธอจึงเริ่มเส้นทางสายดนตรีจากการเข้าชมรมดนตรีไทยในวัยประถมที่โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์เพชราวุฒิวิทยา โดยได้เล่นเครื่องดนตรีไทยชิ้นแรกในชีวิต ได้แก่ ฆ้องวงเล็ก เธอชอบการเล่นดนตรีมาก ๆ และเมื่อเข้าศึกษาชั้นมัธยมที่โรงเรียนสารวิทยา เธอจึงได้ตัดสินใจเข้าชมรมวงโยธวาทิตของโรงเรียน และได้เล่นเครื่องดนตรีสากลชิ้นแรก ได้แก่ ทรอมโบน ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ได้อยู่ในรั้วโรงเรียนสารวิทยานั้น อลิสาได้ทุ่มเทให้กับกิจกรรมของวงโยธวาทิตมาโดยตลอด และยังเข้าร่วมการประกวดดนตรีของโรงเรียนหรือแม้กระทั่งการเป็นตัวแทนของโรงเรียนออกไปแข่งขันความสามารถพิเศษทางด้านดนตรีด้วยการเล่นเครื่องเป่าและร้องเพลง ซึ่งทำให้เธอตระหนักว่า ไม่มีอะไรมอบความสุขให้เธอได้เท่ากับการเล่นดนตรี ในช่วงมัธยมปลาย อลิสาจึงตัดสินใจขออนุญาตคุณพ่อไปเรียนร้องเพลงคลาสสิคอย่างจริงจัง เพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยครูสอนร้องเพลงคนแรกของเธอคือ ครูปาริชาติ จันทร์ไทย อลิสาใช้เวลาเกือบ 1 ปีเต็มเพื่อเตรียมสอบ และสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปากร คณะดุริยางคศาสตร์ เอก Voice สาขาดนตรีเชิงพานิชย์ได้สำเร็จ และได้เรียนร้องเพลงกับ ดร. คาซูโอะ อิโนเอะ หลังจากที่ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยได้ปีครึ่ง ได้เกิดเหตุการณ์อันพลิกชีวิตครั้งใหญ่ ทำให้เธอจำเป็นต้องลาเรียน แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อที่จะเดินตามฝันของตัวเอง เธอจึงได้ออกเก็บเกี่ยวประสบการณ์การสอนและการแสดงดนตรีเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพของตัวเอง

ในปี 2553 เธอได้รับการแนะนำจากรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยให้เธอได้มารู้จักกับวง The Bangkok Voices ซึ่งอลิสาก็ไม่รีรอที่จะตอบตกลงและตัดสินใจเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกของวงทันที เธอรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้มาเป็นหนึ่งในสมาชิกของวงนี้ เพราะนอกจากจะให้ประสบการณ์ด้านการร้องเพลงแล้ว ยังให้ทั้งอาชีพและการถูกยอมรับในสังคมอีกด้วย เธอได้มีโอกาสเดินทางไปแสดงในสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งการให้ความรู้กับคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนจากหลายจังหวัด เพื่อพัฒนาวงเยาวชนให้มีความสามารถทัดเทียบกับระดับสากล ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้เธอเป็นอย่างมาก แม้ว่าเธอจะมิได้เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงแต่ก็เป็นนักร้องที่สามารถสร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความหมายมากสำหรับเธอผู้ผ่านมรสุมต่าง ๆ ในชีวิต โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ และจะขอทำหน้าที่อันรักยิ่งนี้ไปตลอดชีวิต

อาจารย์อลิสาได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก The Bangkok Voices ในตำแหน่ง 2ืnd Soprano ตั้งแต่เมื่อปี 2553 ซึ่งปัจจุบัน อาจารย์สอนขับร้องประสานเสียงอยู่ที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า และเป็นครูสอนร้องเพลงอยู่ที่สถาบัน Melody Plus พระราม 3 และ KPN โรบินสัน สมุทรปราการ

ประสบการณ์ด้านการสอน

สอนที่สถาบัน KPN Siam 6 ปี (ตำแหน่งครู KCI Red Card)

สอนที่สถาบัน ดนตรีภาวรรณ (ปิ่นเกล้า) 5 ปี

วิทยากรพิเศษเกี่ยวกับเรื่องการขับร้องประสานเสียงให้กับโรงเรียนมัธยม ดังต่อไปนี้

ร.ร.เลยพิทยาคม (จ.เลย)

ร.ร.สุรศักดิ์วิทยาคม (จ.ชลบุรี)

ร.ร.ศรีสะเกษวิทยาลัย (จ.ศรีสะเกษ)

ร.ร.บ้านเทอดไทย (จ.เชียงราย)

ร.ร.วรราชวิทยา (จ.เลย)

ร.ร.หาดใหญ่สมบูรณ์กุลกัลยา (จ.สงขลา)

งานบันทึกเสียง

บันทึกเสียงโครงการ "เพลงร่วมใจ ไทยร่วมสร้าง 12 บทเพลง 12 ศิลปิน" ในเพลง "ใต้ร่มธงไตรรงค์" โดย The Bangkok Voices ได้ถูกคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 12 ศิลปินของโครงการนี้

บันทึกเสียงงาน 36 ปี ช่อง 3

บันทึกเสียงงาน "เย็นทั่วล่ามหาสงกรานต์"

บันทึกเสียงเพลงประกอบรายการ "ผู้หญิงถึงผู้หญิง"

เข้าร่วมแข่งขันร้องเพลงในรายการ The Winner Is 2 กับที่ 2nd Souls

อ. มรุธิดา บุญมงคล (เจน)

มรุธิดาจบการศึกษาจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กรมศิลปากร สาขาวิชา นาฏศิลป์ไทย ปัจจุบันเป็นพนักงานราชการ ของกรมประชาสัมพันธ์ในตำแหน่งคีตศิลปิน (บริหารทั่วไป)

การเริ่มต้นทางด้านการร้องเพลงของเธอ เกิดจากความชื่นชอบทางด้านการร้องเพลงตั้งแต่เด็กๆ เธอจึงเริ่มเรียนร้องเพลงครั้งแรกกับโรงเรียนดนตรีสยามกลการในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นกลางปีที่ 2 (เทียบเท่าชั้นมัธยมปลายปีที่ 5) ที่วิทยาลัยนาฏศิลปและริเริ่มการตั้งวงดนตรีกับเพื่อนๆ จากทางวิทยาลัย เพื่อเข้าประกวดวงดนตรี และแสดงในงานต่างๆ ของโรงเรียน ต่อมาหลังจากจบชั้นกลางปีที่ 3 เธอมีความสนใจทางด้านการร้องเพลงในแนวคลาสสิคจึงได้ใช้เวลาที่ว่างจากการเรียนวิชาในคณะของตนเองไปขอเรียนศึกษาเพิ่มเติมกับอาจารย์วณี ลัดดากลม (อาจารย์ประจำวิชาคีตศิลป์สากล สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์) หลังจากนั้นเธอได้มีโอกาสเรียนร้องเพลงแบบ Private Class กับ อาจารย์ สุภัทรา อินทรภักดี โกราษฎร์ จนกระทั่งจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี และได้สอบบรรจุทำงานเป็นพนักงานราชการ ในตำแหน่ง คีตศิลปิน (บริหารทั่วไป) กรมประชาสัมพันธ์ในปี พ.ศ. 2553

ในปีเดียวกันนั้น เธอได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของคณะนักร้องประสานเสียง The Bangkok Voices อีกด้วย ถึงแม้เธอจะได้ทำงานกับสิ่งที่ตัวเองรักแล้ว แต่เธอก็ยังมุ่งมั่นในการพัฒนาและเพิ่มศักภาพทางด้านการร้องเพลงให้กับตนเองอยู่เสมอ เธอจึงได้เรียนเพิ่มเติมกับอาจารย์วิรัตน์ ปาฏิมาปกรณ์ และปัจจุบันเธอได้เข้ารับการศึกษาทางด้านการขับร้องในระดับปริญญาตรี (ภาคพิเศษ) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา วิชาเอกคีตศิลป์สากล (Broadway Musical) กับ Mr. Casey Koh

ผลงานทางด้านการร้องเพลง

- ร่วมขับร้องในงานสำคัญต่าง ๆ ของทางวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ เช่น งานพระราชทานพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช , งานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นต้น

- เป็นตัวแทนศิลปินไทย ร่วมแสดงงาน ABU Music Festival 2014 ณ ประเทศศรีลังกา

- เป็นตัวแทน 1 ใน 6 จากประเทศไทยในการเข้าร่วมขับร้องประสานเสียงระดับอาเซียน ใน งาน 2014 Asian Youth Choir for One ณ ประเทศเกาหลีใต้

- เป็นตัวแทนเผยแพร่วัฒนธรรมและบทเพลงไทย ในงาน The One Asia Cultural Ambassador 2015 ณ ประเทศฟิลิปปินส์

- เป็นตัวแทน 1 ใน 4 จากประเทศไทยในการเข้าร่วมขับร้องประสานเสียง Indonesia Youth Choir ที่ประเทศอินโดนีเซีย

- เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประกวด Asean+3 Song Contest 2017 ณ ประเทศเวียดนาม โดยเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย และได้รับรางวัลพิเศษจากทางกองประกวด


อ. กฤติยา มุสิกุล (กวาง)

อาจารย์กฤติยาเริ่มเรียนร้องเพลงเมื่ออายุ 12 ปี ที่วิทยาลัยนาฏศิลปกับอาจารย์รัพนางค์ สีบุญเรืองและเมื่ออายุ 14 ปี ได้มีโอกาสร่วมแสดงอุปรากรเรื่อง Der Freischütz (เลห์รักพรานป่า) ณ หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในระหว่างที่ศึกษาที่วิทยาลัยนาฏศิลป ได้ผ่านการสอบวัดระดับเกรด 6 ด้านการขับร้องเพลงคลาสสิค จากสถาบัน Associated Board of The Royal Schools of Music, London (ABRSM)

อาจารย์กฤติยาจบการศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพจากวิทยาลัยนาฏศิลป จากนั้นเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี เอกขับร้องคลาสสิค สาขาวิชาดนตรีตะวันตก ภาควิชาดนตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และช่วงเวลาที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้น เธอได้เรียนร้องเพลงกับอาจารย์พฤฒิกา แจ้งรัตนตระกูล อาจารย์วุฒิพันธ์ พงศ์ธนเลิศ และอาจารย์กิตตินันท์ ชินสำราญ

ประสบการณ์ด้านการแสดงนั้น เธอได้เข้าร่วมเป็นนักร้องของวง KU String Orchestra และวง KU Jazz Orchestra และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งวง Bangkok Street Orchestra (BKKSO) รวมทั้งได้รับเชิญให้ร่วมแสดงละครเวทีเรื่อง Romeo & Juliet (ความตายเป็นจุดเริ่มต้น) ซึ่งเป็นการแสดงชั้นปีสุดท้ายของภาควิชาดนตรีและนาฏศิลป คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับประสบการณ์ด้านการขับร้องประสานเสียงนั้น เธอมีโอกาสร่วมแข่งขันขับร้องประสานเสียงในเทศกาลการประกวดต่างๆ ของโรงเรียน รวมทั้งเคยเป็นสมาชิกของวง Shyam Choir ในช่วงศึกษาอยู่ในที่มหาวิทยาลัยด้วย โดยระหว่างนั้น เธอยังได้รับโอกาสเป็นผู้ช่วยวาทยากรให้กับคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย (Thai Youth Choir) ในรุ่นปี 2555 และ 2556 และจากนั้นเธอได้เข้ามาเป็นสมาชิกวง The Bangkok Voices ในปี 2556

ปัจจุบัน อาจารย์กฤติยาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 2 เอกขับร้องคลาสสิค จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประกอบอาชีพเป็นครูอิสระ สอนขับร้องและสอนเปียโน

อาจารย์พาณิภัคเริ่มเรียนร้องเพลงกับคุณครูอ้วน มณีนุช เสมรสุต ตั้งแต่อายุ 11 ปี และเริ่มสอนร้องเพลงที่สถาบัน MS Voice Studio ตั้งแต่อายุ 16 ปี และร้องคอรัสให้กับครูอ้วนในช่วงเวลาที่สอนที่สถาบันดังกล่าว เมื่อเข้าศึกษาในคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้าเป็นสมาชิกของชมรมนักร้องประสานเสียง สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ CU Chorus และได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง จากการประกวด CU Singing Contest อีกด้วย

นอกจากนั้น ยังได้เรียนร้องเพลงเพิ่มเติมกับอาจารย์เนติ กันตถาวร และอาจารย์โซฟี ธนะปุระ เธอได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของคณะนักร้องประสานเสียง The Bangkok Voices เมื่อปี 2558 ปัจจุบันอาจารย์สำเร็จการศึกษาปริญญาโทด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา จาก King’s College London ประเทศอังกฤษ ประกอบอาชีพทนายความและสอนร้องเพลงอิสระ

ไทย

อาจารย์อัญญารัตน์สั่งสมประสบการณ์การทำงานกับสายการบินทั้งหมด 5 แห่งมานานกว่า 15 ปี ทั้งงานประจำภาคพื้นและการปฏิบัติงานบนอากาศยานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หลังจากยุติบทบาทกับงานสายการบิน เธอได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านการตลาด และเข้าทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดให้กับบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรคมนาคมและโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ จากนั้นเธอได้ผันตัวเองมาสู่แวดวงการศึกษา โดยมารับตำแหน่งผู้ช่วยคณบดีคณะบริหารธุรกิจ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนอยู่ระยะหนึ่ง ปัจจุบัน เธอยังคงเป็นอาจารย์พิเศษให้กับมหาวิทยาลัยรัฐบาลและเอกชนหลายแห่งในสาขาวิชาต่างๆ อาทิเช่น สาขาการบริหารและการตลาด เทคโนโลยีและด้านธุรกิจการบิน ปัจจุบัน เธอจบการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นอกจากประสบการณ์ด้านการทำงานและด้านวิชาการแล้ว ในวัยเด็ก เธอเคยแสดงภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมหลายเรื่อง เช่น “โอ้ลูกรัก” “อ้อมอกพ่อ” “123 ด่วนมหาภัย” และ "ครูขาหนูเหงา" เป็นต้น แต่การร้องเพลงและดนตรีกลับเป็นสิ่งที่เธอรักเป็นชีวิตจิตใจมากกว่า เนื่องจากได้รับการถ่ายทอดและซึมซับจากคุณพ่อ คุณประสาน สุทัศน์ ณ อยุธยา มือเบสและนักเรียบเรียงเสียงประสานแห่งวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร ศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงซิมโฟนีออเคสตร้ามาจากพระเจนดุริยางค์ (Peter Feit) มีผลงานเพลงยอดนิยมที่เรียบเรียงเสียงประสานไว้เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น เพลง “หยาดเพชร” “ฝากเพลงถึงเธอ” รวมทั้งแต่งและเรียบเรียงเสียงประสานเพลงประกอบภาพยนตร์หลายเรื่องและจากคุณแม่ นักร้องชื่อดังในอดีตที่รู้จักกันในนาม "แหม่มแครอล สุทัศน์ ณ อยุธยา” ชาวต่างชาติคนแรกที่ร้องเพลงไทยสากลและเป็นผู้ริเริ่มการร้องเพลงประสานเสียงให้กับนักร้องรางวัลแผ่นเสียงทองคำหลายท่าน

ตั้งแต่วัยเด็ก อัญญารัตน์ได้ร้องเพลงในงานการกุศลต่างๆ บ่อยครั้ง ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ เช่น ภาพยนตร์เรื่อง “เพื่อนรัก” และร่วมอัดเสียงอัลบั้มเพลงสำหรับเด็ก เช่น อัลบั้ม “เที่ยวเขาดิน” นอกจากนั้น เธอยังได้เข้าร่วมกับคณะนักร้องประสานเสียงในประเทศอีกหลายคณะ เช่น AMAS Chorus และ Bangrak Vivace เธอมักไปร่วมเป็นนักขับร้องที่วัดพระมหาไถ่กรุงเทพฯ เข้าร่วมขับร้องกับคณะนักขับอาสนวิหารอัสสัมชัญบางรัก และร่วมขับร้องในโอกาสพิธีฉลองต่างๆ ของพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก และตั้งแต่ต้นปี 2560 ที่ผ่านมา เธอได้เข้าร่วมเป็นนักร้องเสียงโซปราโนกับคณะนักร้องประสานเสียง "The Bangkok Voices" และได้ร่วมเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ณ นครเซี่ยงไฮ้และนานกิง ร่วมแสดงในการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในงาน Xi'an International Choral Festival 2018 ที่ประเทศจีน งาน Thai Choral Music Workshop with The Bangkok Voices in collaboration with the Institute of Southeast Asian Arts at Nanyang Academy of Fine Arts (NAFA) ที่ประเทศสิงคโปร์ รวมทั้งคอนเสิร์ตต่าง ๆ ของวงที่จัดขึ้น ร่วมแสดงคอนเสิร์ตในงาน Chorfestival Baden-Baden ณ ประเทศเยอรมันนีในเดือนพฤษภาคม และร่วมแสดงในงาน "National Liberation Day Choral Festival 2019" ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ นอกจากนั้น เธอยังได้ร่วมขับร้องในการแสดงมหรสพเนื่องในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ ณ ท้องสนามหลวงด้วย

เบญญาภา พารักษา (แพร)

ไทย

เบญญาภา กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นปีที่ 4 สาขาดนตรี ขับร้องคลาสสิค มหาวิทยาลัยมหิดล เธอเคยผ่านการแสดงโชว์ทั้งในรูปแบบของละครเพลงภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงอุปรากรภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษ อาทิ พีเตอร์แพน (Peter Pan) โดยไดัรับบทเป็น พีเตอร์แพน ในรูปแบบละครเพลงภาษาอังกฤษ และอุปรากรเรื่อง "เดอะ เมจิก ฟลู้ต" (The Magic Flute) ประพันธ์โดย W. A. Mozart รับบทเป็น พาพาเกน่า

เธอยังได้รับโอกาสเข้าร่วมเป็นสมาชิกวงขับร้องประสานเสียง MU Choir ซึ่งเป็นวงขับร้องประสานเสียงประจำมหาวิทยาลัยมหิดล อำนวยการโดย ดร. ฤทธิ์ ทรัพย์สมบูรณ์ โดยได้เข้าร่วมเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตและร่วมแข่งขันรายการต่าง ๆ ทั้งในเอเชียและยุโรป รวมทั้งการแสดงอุปรากร โดยได้รับเลือกให้แสดงใน Musical เรื่อง "Jesus Christ Superstar" โดยคุณสมเถา สุจริตกุลและการแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย

หลังจากที่ได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหิดลภายใต้การดูแลของ Prof. Mariangela Chatzistamatiou, Nancy Tsui-Ping Wei, และ Dag Erik Schantz เธอยังมีโอกาสได้ศึกษากับ Prof. Mario Antonio Diaz Varas, จาก Mozarteum University, Salzburg, Austria. นอกจากนั้น เธอยังได้รับโอกาสฝึกทักษะด้านการร้องเพลงและเล่นเปียโนกับ Prof. Georgio Michaelides, accompanist โดย Megumi Otsuka จาก University of Music and Performing Arts, Vienna, Austria อีกด้วย

เบญญาภายังคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน Set Competition ในปี 2016 และเหรียญทองแดงจาก The Fifth International Hong Kong Music Festival ในปี 2018 และเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2019 เธอได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกของวง The Bangkok Voices


เจนิตา จันทรานนท์ (เจน)